ผลิตข้าวถุงขาย ทำง่าย ขายได้ มีกำไร

ได้ความคิดจากบก.ลายจุดที่ได้ทำข้าวสารบรรจุถุง "ข้าวลายจุด" ออกมาขาย โดยมีการรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาตันละ 15,000 บาท และนำมาสีมาผลิตเป็นข้าวบรรจุถุงได้ขายในราคา 200 บาท แล้วสามารถขายได้

ทำให้คิดว่าเราน่าจะหาข้อมูลในเรื่องนี้ แล้วนำเสนออย่างง่ายๆเพื่อให้ความรู้ในเรื่องการผลิตข้าวสามารถนำไปใช้ได้ทั่วไป ถ้ามีคนเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นเราอาจจะได้เห็นทุกๆอำเภอทุกๆหมู่บ้านที่มีผลผลิตข้าว มีข้าวที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองมีคุณภาพที่ดี สามารถผลิตข้าวสารขายได้เองโดยลดการพึ่งพาระบบพ่อค้าคนกลางลง ผลที่สุดชาวนาน่าจะขายข้าวได้ราคามากขึ้นและมีความสุขมากขึ้น

ที่มาข้อมูลจากเวปไซท์เกษตรพอเพียง.คอม

  • ช่วงนี้ข้าวใหม่ออกแล้วไม่อยากไปขายให้พ่อค้าคนกลางครับ อยากทำข้าวสารบรรจุถุงแบบมีมียี่ห้อของเราเองต้องทำอะไรบ้างครับต้องจดทะเบียนการค้าหรือเปล่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้างรบกวนผู้รู้ช่วยอธิบายด้วยครับ
  • ต้องมีเครื่องผนึกถุงพลาสติคเครื่องละพันกว่าบาท ถุงบรรจุข้าวสารขนาดถุงละสองโล หรือห้าโลก็เลือกตามใจ พิมพ์รายละเอียดข้าวสารว่า พันธุ์อะไร ปลูกที่ไหน เกี่ยวเมื่อไร สีเมื่อไรใส่ไว้ในถุง ถ้าปลูกแบบอินทรีย์ก็ระบุลงไปด้วย
  • รายละเอียดเหล่านี้ข้าวสารในท้องตลาดไม่มีบอกผู้บริโภค ถ้าเรามีไว้ให้ผู้ซื้อดูจะเป็นการเพิ่มคุณค่าสินค้าได้ ราคาขายอาจจะสูงกว่าข้าวในห้าง ฯ นิดหน่อยอย่าแพงมาก ให้คนซื้อเห็นแล้วยอมรับราคาได้และอยากซื้อ
  • เครื่องผนึกถุง ซื้อได้ที่ไหนครับ ในเว็บมีขายไหม ผมอยากทำข้าวบรรจุถุงขายเหมือนกัน
  • เครื่องผนึกถุงใช้ความร้อนจากไฟฟ้า ไม่ดูดอากาศ ผมซื้อเมื่อประมาณ 8 ปีก่อน ราคา 1,200 บาท ที่คลองถม เคยเห็นห้าง makro มีวางขายหน้าห้าง รวม ๆ กับเครื่องขูดมะพร้าว คั้นน้ำอ้อย บดอาหาร และอีกหลายอย่าง คาดว่าเป็นพื้นที่เช่าราคาสูงกว่าคลองถมประมาณหลายร้อย ส่วนชนิดที่ดูดอากาศแล้วถุงลีบได้ จะรักษาคุณภาพข้าว(หรือสินค้าในถุง)ได้นานขึ้น แต่ราคาเกินห้าพัน หรือเกินหมื่นแล้วแต่ขนาดเครื่อง รอดูงานเกษตรก็มีงานอุตสาหกรรมอาหารก็มีครับ
  • ผมซื้อแบบชิลความร้อนอย่างเดียว ไม่ดูดอากาศ 1250 บาท แต่ก็ต้องดูความกว้างถุงที่จะซิลด้วยครับ เพราะมีเลือกหลายขนาด ผมลืมดู ซื้อมาเล็กกว่าปากถุงต้องซีล 2 รอบถึงจดกัน
  • ก่อนมีเครื่องผนึกถุง ต้องสีก่อน เคยคุยกับพี่ ที่บ้านว่าจะลองหาโรงสีสักเครื่อง ที่สีได้ทั้งข้าวขาวและข้าวกล้อง ท่านใดพอจะแนะนำยี่ห้อ ราคา ที่น่าสนใจ ได้บ้างครับ
  • เดี๋ยวนี้มีเครื่องสีขนาดเล็กตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงระดับชุมชนแล้วครับ ผมไปเจอที่งานมหกรรมข้าวที่จังหวัดนครสวรรค์เมื่อประมาณเดือนเมษาฯที่ผ่านมา ราคาเครื่องขนาดเล็ก (ขนาด 50-100 กก) ประมาณ เครื่องละ 12,000 - 35,000 บาท แล้วแต่ขนาด คุณภาพ และยี่ห้อครับ
  • ตลาดข้าวสารถุงไม่ง่ายนะครับ ผมก็สีลงมาขายเหมือนกันมีโรงสีข้าวขนาดกลางเป็นของตนเอง

1. ข้าวสารที่สีมามีขนาดไม่สม่ำเสมอ ต้องคัดเปอร์เซนข้าว

2. ความสะอาดมันวาวของเมล็ดข้าว โรงสีขนาดเล็กไม่มีเครื่องขัดมัน

3. สิ่งเจือปน หากเกี่ยวข้าวโดยใช้รถเกี่ยว หลีกเลี่ยงเมล็ดหญ้ายากครับ อันนี้ปัญหาใหญ่ สีข้าวสารมา 1 ตัน ก็ต้องคัดด้วยตา 100 % เสียเวลา โรงสีหรือโรงปรับปรุงข้าวบริษัทใหญ่ๆเขามีเครื่องยิงสีเพื่อกำจัดเมล็ดหญ้าต่างๆ

4. โลโก้บนกระสอบ ยากครับสำหรับโรงสีเล็ก ต้นทุนค่ากระสอบข้าวธรรมดา 50โลตกใบละ 8-9 บาท ค่าสกรีนถุงอีกถุงละ 8-10 บาทขั้นต่ำ 5000 ใบ

สรุปเป็นเงินขั้นต่ำนะครับ 16*5000=80000 บาท

5. การขนส่งของผมจากโคราช มาที่อยุธยา ขั้นต่ำต้องประมาณ 1000 กก.ข้าวสาร คิดค่าน้ำมันแค่ 1000 บาทนะครับ ตกกก.ละ 1 บาท

6. ข้าวสารหอมมะลิในท้องตลาด ราคาประมาณ 36-37 บาทปลีกนะครับ

7. แต่ที่กล่าวมาข้างต้น เราจะขายเท่าตลาดไม่ได้ครับ เต็มที่ก็ 35 บาท

ต้นทุนคร่าวๆครับ

ข้าวเปลือกหอมมะลิ 1000 กก. = 13,000 บาท

สีเป็นข้าวสาร 100 % ได้ = 450 กก. = 13,000/450 = 29 บาท/กก

ต้นทุนค่ากระสอบ/ถุง 49 กก. = 18/49 = 0.33 บาท/กก

ค่าขนส่ง = 1 บาท/กก.

สรุปต้นทุน 30.33 บาท/กก. กำไรราคาขายปลีก 35-30.33 = 4.67 บาท/กก.นะครับ

ค่าแรงไม่คิด ค่าสีไม่คิด หักจากผลพลอยได้ เช่น รำ ปลาย แกลบ

  • ผมเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับเจ้าของกระทู้ครับ เคยคิดที่จะทำข้าวถุงมีแบรนด์เป็นของตัวเอง แต่พอนึกถึงต้องไปยื่นขอโน่นนี่นั่นสารพัด ก็เลยระงับไว้ชั่วคราว หันมาใช้วิธีที่หลายๆท่านแนะนำว่าเริ่มต้นจากการ ขายให้กับคนใกล้ตัว ญาติพี่น้อง ลุงป้า น้าและอา หรือเพื่อน โดยการที่เรานำเสนอข้าวที่เราลงมือปลูกเองโดยพยายามใช้สารเคมีให้น้อยที่สุดหรือไม่ใช้เลยซึ่งก็เป็นที่ต้องการของคนสมัยนี้ที่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว และสามารถตอบโจทย์คนวัยทำงานหรือคนที่อาศัยอยู่ในเมืองได้ครับ

ปัจจุบันผม ขายข้าวหอมมะลิจากสุรินทร์แท้ ที่ผมมีนาที่ทำเองและรับซื้อจากชาวนาบ้างมาสีที่โรงสีชุมชน โดยใช้วิธีขายออเดอร์ก่อนรวบรวม คนสั่งให้พอดีกับรถเราที่สามารถบรรทุกได้พอครบจำนวนก็เริ่มลงมือสีข้าว โดยขนาดบรรจุ จะเน้นที่จำนวน 10,15,25,50 กิโล เพราะว่าง่ายต่อการบรรจุ

ส่วนข้าวที่ขายผมก็ขาย มีทั้ง หอมมะลิ 105 หอมมะลิพันธ์สุรินทร์ ข้าวกล้อง สามอย่างนี้ก็พออยู่ได้วิ่งลงกรุงเทพเดือนละครั้ง ๆละประมาณ 500-1000 กิโลต่อเที่ยวครับ ส่วนพื้นที่ก็จะส่งตั้งแต่ รังสิต ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ซึ่งผมมองว่าช่วงเริ่มต้นเราอาจจะไม่ต้องลงทุนมากอาศัยความจริงใจต่อลูกค้า แล้วเขาจะบอกกันปากต่อปากอยู่แล้วครับ ส่วนเรื่องจะทำยี่ห้อของตัวเองก็ค่อยว่ากันอีกทีเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าเหมือนกัน

  • เชื่อไหมว่า คนกรุงเทพ (ตลาดใหญ่ที่สุดในประเทศผู้ผลิตข้าวส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก) ไม่รู้หรอกครับว่า ข้าวหอมมะลิ 100% กับ ข้าวหอมผสม ต่างกันยังไง มีแต่พวก บ้านนอก(พวกเรา?) ที่กินจนคุ้นปากนี่ละครับที่รู้ ดังนั้นมีคนจำนวนน้อยมากที่เข้มงวดเรื่องคุณภาพข้าวจึงแข่งเรื่อง ราคา กับ คำโม้(โฆษณา) ที่พิมพ์บนถุง เป็นหลัก
  • ถ้าตั้งใจทำของดีๆ ออกมาขาย ต้องคำนึงถึง การตระหนักรู้ ของลูกค้าไว้ด้วยนะครับ บางครั้งมันไม่มีค่าเลยถ้าลูกค้าไม่รู้ถึงความแตกต่างนั้น ของผมทำแบบนี้ครับ ไร้ทเบอรรี่ สีแบบบ้านๆนี่แหละ ข้อดีคือเก็บใว้ได้นาน ไม่ต้องเอาไปเก็บในตู้เย็นแบบข้าวกล้องทั่วๆไป

ขายแบบไม่แพงมากโลละ 60 บาท ซื้อมากลดได้คุณภาพการหุงต้มของข้าวพันธุ์นี้เป็นจุดขายที่ดีมาก ลูกค้าเกือบ 100% พึงพอใจ วันธรรมดาก็ขายที่บ้านและก็ที่ทำงาน หุงมาให้เค้าชิมกันก่อน ปากต่อปากกันไปก็มีพอลูกค้า เสาร์-อาทิตย์ ก็ขายตลาดนัดและตามถนนคนเดินก็ขายดีครับ ส่วนรำที่เหลืออาศัยฝีมือในการปั้นเป็นเงินจะยิ่งได้ราคาดีกว่าขายให้เป็นอาหารไก่อีกครับ ยิ้มเท่ห์ ชาวนาต้องสู้สุดๆแล้วครับ

เชื่อไหมว่า คนกรุงเทพ (ตลาดใหญ่ที่สุดในประเทศผู้ผลิตข้าวส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก) ไม่รู้หรอกครับว่า ข้าวหอมมะลิ 100% กับ ข้าวหอมผสม ต่างกันยังไง

ข้อมูลจากเวปไซท์ it24hr.com

ชาวนาไทย ขายข้าวที่ผลิตเองผ่าน facebook ประสบความสำเร็จ พร้อมคำแนะนำจากกูรูการตลาดออนไลน์

ปัจจุบันนี้การค้าขายสินค้ามีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมากตั้งแต่เรามี Social Network สินค้าหลากหลายประเภท ถูกขายบน Facebook , Instagram , Line และในตอนนี้แม้แต้การขายข้าว ชาวนาไทยก็หันมาขายกันเองบน Facebook แล้ว โดยที่ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง มีหลายกรณี หลายตัวอย่าง ที่สามารถสร้างโอกาสได้อย่างมหาศาล

ตัวอย่างแรก เป็นชาวนาในจังหวัดพิษณุโลก ที่พลิกวิกฤตเป็นโอกาสจากการที่ถูกนายทุนหลอกให้ปลูกข้าวหอมนิลแล้วไม่มารับซื้อตามสัญญา จึงนำข้าวดังกล่าวมาสีและบรรจุใส่ถุงพร้อมทำสติ๊กเกอร์ติดอย่างดี แล้วขายเองผ่านทาง Facebook ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดี มีลูกค้ามาสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ทำให้ปัจจุบันนี้ไม่ต้องขายข้าวผ่านพ่อค้าคนกลางแล้ว แต่ขายเองผ่าน Facebook เลย

อีกหนึ่งตัวอย่างเป็นของ คุณชัชชนะ ปรารถนารักษ์ ชาวนาจ.พิจิตร ที่ขายข้าวผ่านทาง Facebook มาเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว ไอที24ชั่วโมง ได้สัมภาษณ์คุณชัชชนะ โดยคุณชัชชนะบอกว่า จุดเริ่มต้นของการขายข้าวผ่านทาง Facebook มาจากการที่ตนเอง ปลูกข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ ซึ่งมีลักษณะเด่นคือดีต่อสุขภาพ และเมื่อปลูกแล้วก็ไม่อยากนำข้าวไปขายให้กับโรงสีหรือพ่อคนกลาง เพราะบางครั้งรู้สึกถูกกดราคา จึงหาวิธีที่จะจำหน่ายเอง ซึ่งในขณะนั้นเป็นช่วงที่ Facebook กำลังได้รับความนิยม และตนเองก็เล่น Facebook เช่นกัน จึงลองนำข้าวที่สีแล้ว บรรจุถุงสุญญากาศแล้วโพสขายบน facebook ส่วนตัวของตน ที่ใช้ชื่อว่า “ฟาร์มบ้านชัดเจนพิจิตร” โดยในระยะแรกก็มีผู้มาติดต่อสอบถามซื้อข้าว ตกวันละ 4-5 ราย ซึ่งจาก 4-5 รายก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆเติบโต จนปัจจุบันนี้ มียอดสั่งซื้อถึงเดือนละ 5,000 กิโลกรัม

เทคโนโลยีก็ไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะเรียนรู้

ทีมงานไอที24ชั่วโมง ลองสอบถามคุณชัชชนะว่า เมื่อเริ่มขายได้ และขายดีแบบนี้ ทำให้อยากจะศึกษาการใช้งาน Facebook สำหรับการค้าขายให้มากขึ้นหรือไม่ คุณชัชชนะตอบว่า อยากที่จะเรียนรู้ให้มากขึ้น

คุณภาพ คือตัวช่วยให้เกิดการซื้อมากขึ้น

ถ้าตั้งใจทำของดีๆ ออกมาขาย ต้องคำนึงถึง การตระหนักรู้ ของลูกค้าไว้ด้วยนะครับ

นอกจากนี้คุณชัชชนะ ได้มีการรวมกลุ่มกับเพื่อนชาวนา จ.พิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก และกำแพงเพชร เกือบ 100 คน ในชื่อกลุ่ม “ชาวนาพาสุข” เพื่อปลูกข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ แล้วนำไปขายผ่านทาง Facebook กัน โดยในเรื่องของคุณภาพผลผลิตก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีการส่งข้าวไปตรวจมาตรฐานที่ ม.บูรพา จ.จันทบุรี โดยได้รับ GAP ของกระทรวงเกษตรฯ เป็นเครื่องหมายยืนยัน ทำให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ในคุณภาพของข้าว

คำแนะนำจากผู้เชึ่ยวชาญการตลาดออนไลน์

การขายข้าวผ่านทาง Facebook ลักษณะนี้ อาจารย์วิทยา มาลารัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ก็ได้ให้คำแนะนำว่า ลักษณะการขายข้าวของคุณชัชชนะ ประสบความสำเร็จได้เพราะมีข้อดีจากการสร้างตัวตนใน Facebook ที่น่าเชื่อถือ เพราะถึงแม้ไม่ได้เปิด facebook เป็นแบบ fanpage แต่ผู้ที่พบเห็นสามารถเห็นได้ว่า นี่เป็นชาวนาที่ปลูกข้าวเอง และนำมาจำหน่ายเอง เพราะมีการสร้างตัวตนด้วยการโพสข้อความหรือโพสรูปการทำนา รูปผลผลิต รูปสินค้า หรือรูปการส่งสินค้าให้ลูกค้าอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ในคุณภาพ นอกจากนี้และเปอร์เซ็นการโพสจาก Facebook ส่วนตัวนั้น ทำให้มีผู้พบเห็นได้มากกว่าการเปิดเป็น Fanpage เพราะทุกครั้งที่มีการ feed เกิดขึ้นบน Timeline การโพสจาก Facebook ส่วนตัวจะทำให้เพื่อนใน Facebook พบเห็นได้มากกว่า

แต่สิ่งที่อาจารย์วิทยาอยากแนะนำเพิ่มเติม ก็คือ เรื่องของวิธีในการส่งสินค้า เพราะข้าวนั้นมีน้ำหนักมาก การส่งผ่านไปรษณีย์อาจมีราคาแพง ดังนั้นให้ลองวิเคราะห์จากลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อว่า ลูกค้าที่ซื้อส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอหรือจังหวัดไหนบ้าง จากนั้นให้ลองติดต่อขอวางขายข้างกับร้านโชว์ห่วยหรือเพิ่มสาขาที่จะจำหน่ายให้มากขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการซื้อ

ส่วนเกษตรกรอื่นๆ หากอยากนำผลิตผลของตนเองมาขายแบบนี้บ้าง ก็อาจจะต้องลองหาจุดเด่นของสินค้าที่มีเสียก่อน แล้วเริ่มต้นทำให้คนรู้จักด้วยการขายเอง หรือส่งให้เพื่อน ส่งให้คนรู้จักเพื่อบอกต่อว่า สินค้าเราดีอย่างไร จากนั้นค่อยเริ่มประชาสัมพันธ์ต่อใน facebook จะทำให้สินค้าของเราดูน่าสนใจมากกว่า โดยข้อสำคัญคือการสร้างเรื่องราว สร้างตัวตนให้ชัดเจน น่าเชื่อถือ และแสดงให้เห็นว่าผลิตผลของเรานั้นมีคุณภาพที่ดีจริงๆ แตกต่างจากสินค้าอื่นๆในตลาด

แนะนำเวปไซท์ที่เกี่ยวข้อง

เครื่องซีลสูญญากาศ รุ่น DZ-280A ราคา 2500 บาท
เครื่องสีข้าวขนาดเล็กแบบครัวเรือน ราคา 14,000 บาท
“ข้าวสังข์หยด เมืองพัทลุง” ราคากิโลกรัมละ 80 บาท
เทคนิคการขายของบน “Facebook” ทำอย่างไรให้ขายดี!!
ข้าวไรซ์เบอร์รี่ อินทรีย์ คัดพิเศษ ปลูกเองขายเองจร้า

ข้อมูลทั้งหมดเป็นเพียงการจุดประกายสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจด้านนี้ ถ้าสนใจจริงๆควรค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกให้ละเอียดรอบคอบ คำณวนค่าใช้จ่ายต่างๆให้ครบถ้วนแล้วจึงลงมือทำครับ อ่านแล้วช่วยกันแชร์ เผื่อจะช่วยกันทำให้วงจรการปลูกการขายจนกระทั่งถึงการกินข้าวดีขึ้น และสร้างความสุขด้วยกันทุกฝ่าย

Created with images by cookbookman17 - "Basmati Rice" • fotopamas - "Working in the rice field - Vietnam" • PublicDomainPictures - "rice food pickled"

Made with Adobe Slate

Make your words and images move.

Get Slate

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.